แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

14 พ.ค. 2554

ประโยคกล่าวชมเชย

ประโยคกล่าวชมเชย
- I like your hair.
( ไอ ไลท์ ยัวร์ แฮร์ )
ฉันชอบทรงผมของ

- I really like your hair.
(ไอ เรียวลิ่ ไลท์ ยัวร์ แฮร์ )
ฉันชอบทรงผมของคุณจริง ๆ

- What a nice dress !
( วอท อะ ไน้ส เดรส )
ชุดช่างสวยจริง ๆ

- You look wonderful.
( ยู ลุคค์ วันเดอร์ฟุล )
คุณดูดีอย่างน่าพิศวงจัง

- That’s a lovely shirt.
( แธทส์ สะลัฟลิ เชิ๊ตท์ )
เสื้อเชิ๊ตนั่นน่ารักจัง


13 พ.ค. 2554

AwesomeหรือAwful: จ๊าบหรือไม่จ๊าบ

              คำว่า awesome กับ awful ถึงจะออกเสียงว่า ออ เหมือนกัน แต่ awful ไม่ได้มีรากมาจากคำว่า awe เช่นกับคำว่า awesome

คำว่า awesome แปลว่า ก่อให้เกิดความรู้สึกยำเกรงหรือน่าเกรงขาม หรือแปลในความหมายภาษาอังกฤษว่า causing awe หรือ inspiring awe เพราะคำว่า awe แปลว่า ความยำเกรง ความน่าเกรงขาม ปกติเราจะรู้สึกถึง awe เมื่ออยู่เบื้องหน้าสิ่งยิ่งใหญ่ทางธรรมชาติอย่างเช่นขุนเขา หรือเมื่อเราอยู่ต่อหน้าบุคคลที่เราเห็นว่ายิ่งใหญ่ น่าเคารพยำเกรงมากๆ ตัวอย่างเช่น

M.R. Kukrit is a genius. His intelligence is so awesome to me.
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์เป็นอัจฉริยะ ความฉลาดของท่านเป็นสิ่งที่น่าทึ่งสำหรับฉันมาก

นอกจากนั้น คำว่า awesome นี้เมื่อใช้ในบริบทร่วมสมัยในภาษาพูดในชีวิตประจำวันของหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะวัยรุ่นอเมริกัน awesome จะแปลได้ในทำนองว่าจ๊าบของวัยรุ่นไทยนะคะน้องๆ เด็กวัยรุ่นอเมริกันจะอุทานว่า Awesome! ตลอดเวลาที่เขาเจอสิ่งใดที่เขาเห็นว่าจ๊าบ หรือเจ๋งจริงๆ เช่นนักร้องคนนั้นก็ awesome ดาราคนนี้ก็ awesome ถ้าแปลเป็นภาษาธรรมดาของวัยรุ่นที่ไม่ค่อยรุ่นแล้วก็คงแปลได้แค่ว่า ยอด เท่านั้นแหละค่ะน้องๆ แต่ความหมายก็เท่ากัน

ส่วนคำว่า awful นั้นแปลได้ความหมายตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับ awesome ในขณะที่ awesome มีความหมายเชิงบวก awful กลับมีความหมายเชิงลบนะคะน้องๆ เพราะ awful หมายถึงอะไรที่แย่ๆ อย่างเช่นถ้าน้องๆ อยากบอกเพื่อนที่เราไม่ชอบหน้าว่าเขาแย่เหลือเกิน น้องก็จะพูดได้ว่า You are so awful ! ระวังให้ดีนะคะ ถ้าน้องใช้ผิดไปบอกเขาว่า You are so awesome ! น้องจะกลับกลายเป็นชมเขาแทน ผิดความหมาย ผิดจุดประสงค์ไปโดยสิ้นเชิงใช่ไหมคะ

น้องๆ จำไว้นะคะ ถ้า awesome ก็หมายถึง Thumps up ซึ่งเป็นสำนวนฝรั่งใช้บอกถึงอะไรที่เราเห็นด้วย ชอบมากๆ เราก็จะยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ ส่วน awful ก็ Thumps down หมายถึงการเอานิ้วหัวแม่โป้งจิ้มลง ซึ่งเราจะทำเพื่อบอกความรู้สึกไม่ชอบของเราต่ออะไรก็ตามที่แย่ๆ น่ะค่ะ

แต่ว่าน้องๆ สังเกตให้ดีนะคะว่าเมื่อคำคุณศัพท์ awful ถูกทำเป็นคำกริยาวิเศษณ์ awfully คำนี้จะไม่แปลว่าอย่างแย่ๆ อีกต่อไปแล้ว หากแปลว่าอย่างมากๆ ต่างหากนะคะ เพราะฉะนั้นเวลามีผู้พูดว่า

The weather is awfully hot.

ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่าอากาศร้อนแย่มากนะคะ หากแปลว่าอากาศร้อนมากๆ ค่ะ น้องๆ เห็นความแตกต่างระหว่างคำว่า awesome และ awful และ awfully หรือยังคะ น้องๆ พยายามอีกนิดนะคะ อีกหน่อยน้องๆ อาจจะพูดได้ว่า English is awfully easy. แทนที่จะพูดว่า English is awful เหมือนตอนนี้ก็เป็นได้นะคะ
ที่มา http://www.bkkonline.com/

ความหมาย Awesome

ถาม: คำว่า awesome แปลว่าอะไรครับ เพื่อนชาวต่างชาติตอบด้วยคำนี้ เมื่อหนูถามเขาว่า อาหารเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งอาหารนั้นหนูทำกับข้าวเอง
ขอบคุณค่ะ

ตอบ: แสดงว่าฝีมือดีครับน้อง ผมเคยแนะนำมาก่อนว่า สำหรับคนไทยแล้ว
วิธีคบฝรั่งที่ง่ายที่สุดคือ ทำกับข้าวไทยให้เขากิน เขาต้องชอบมาก ๆ แต่ระวัง … อาจเกิดหลงรักคุณด้วยเหมือนตัวอย่างนี้
awesome สำนวนในเชิงแสลงในความหมายว่า เยี่ยมมาก สุดยอด ใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงอาหาร เช่น
This food is awesome! Did you really make it yourself? (อาหารมื้อนี้สุดยอด น้องทำเองจริง ๆ หรือ)
นอกจากอาหารแล้วก็ใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือสิ่งของเช่น
Thailand is awesome! I’m coming back! (เมืองไทยเยี่ยมไปเลย เดี๋ยวต้องกลับมา)
Somcheng, you are awesome. Will you marry me? (ส้มเช้งเธอเป็นคนดีที่สุด เธอจะแต่งงานกับผมไหม)
สุดท้ายนี้เรื่องการออกเสียง มันคือ ออ-ซำ ครับ

ที่มา คุณแอนดรูว์

3 พ.ค. 2554

ประโยคอวยพร

สุภาพบุรุษ..
Excuse me, Mr. Frank.

(เอ๊กซ์คิ้ว มี, มิสเทอ แฟรงค์)
ขอโทษเถิดครับ มิสเตอร์แฟรงค์

May I ask you something, please?
(เม ไอ แอสค์ ยู ซัมทิ้ง, พลีส)
ผมอยากจะเรียนถามอะไรบางอย่าง?

มร.แฟรงค์..
Certainly, what?
(เซอทินลิ, วอท)
เชิญซิครับ เรื่องอะไรหรือ

สุภาพบุรุษ..
There's a little girl at the house where I'm staying.

(แดร์'ส อะ ลิทเทิล เกิล แอด เดอะ เฮ้าส์ แวร์ ไอ'อึม สะเทอิ้ง)
มีเด็กสาวคนหนึ่งที่บ้านของผมพักอยู่เวลานี้

It's her birthday tomorrow.
(อิท'ส เฮอ เบิทเด ทูมอโร่ะ)
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเธอ

What shall I say to her?
(วอท แชล ไอ เซ ทู เฮอ)
ผมจะกล่าวคำอวยพรแก่เธออย่างไรดีครับ?

มร.แฟรงค์..
Well, you say "Many happy returns of the day".

(เวล, ยู เซ เมนนี่ แฮพพี่ รีเทินส์ ออฟ เดอะ เด)
อ๋อ, พูดว่า "ขอให้คุณประสบความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป"

You can say "I wish you a happy birthday".
(ยู แคน เซ, ไอ วิช ยู อะ แฮพพี่ เบิทเด)
คุณจะพูดว่า "ผมขอให้คุณมีความสุขในวันเกิด"

or "Happy birthday to you".
(ออร์ แฮพพี่ เบิท เด ทู ยู)
หรือ "สุขสันต์วันเกิด" ก็ได้ครับ

สุภาพบุรุษ..
Thanks, and what do I say at Chrisman time?

(แท้งส์, แอน วอท ดู ไอ เซ แอท คริสต์มาส ไทม์)
ขอบคุณครับ แล้วในเทศกาลคริสต์มาสเล่าครับ

มร.แฟรงค์..
We usually say "A Merry Christmas and a Happy New Year".

(วี ยุแชลลี่ เซ, อะ เมรี่ คริสต์มาส แอน อะ แฮพพี่ นิวเยียร์)
เรามักจะอวยพรกันด้วยคำว่า "ขอให้มีความสุขในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่"

สุภาพบุรุษ..
Very good. sir.

(เวริ กู๊ด, เซ่อะ)
ดีเหลือเกินครับ

And when someone says that to me,
(แอน เวน ซัมวัน เซ แดท ทู มี)
แล้วเมื่อมีใครมาให้พรผมอย่างนั้น

what do I reply?
(วอท ดู ไอ ริ ไพล)
ผมควรจะกล่าวตอบอย่างไรดีหรือ?

มร.แฟรงค์..
"Thank you, and the same to you".

(เซ แท้งคิว, แอน เดอะ เซม ทู ยู)
พูดว่า "ขอบคุณครับ ขอให้คุณมีความสุขเช่นเดียวกัน"

สุภาพบุรุษ..
I must practise that before next Christmas.

(ไอ มัสท์ แพรคทิส แดท บิโฟร์ เน๊กซท์ คริสต์มาส)
ผมจะต้องฝึกคำนี้ไว้ก่อนจะถึงคริสต์มาสคราวหน้าครับ


ที่มา http://www.pattarawadee44.ob.tc/

ประโยคอำลา

ประโยคอำลา

- I really must be off now.
(ไอ เรลลิ มัส บี อ๊อฟ นาว)
ฉันต้องไปแล้วล่ะ

- I must go now.
(ไอ มัส โก นาว)
ฉันต้องไปแล้วล่ะ

- I’d better go now.
( ไอดึ เบทเทอร์ โกนาว )
ฉันคงต้องไปแล้ว

- It’s late. I should be going.
( อิท เลท ไอชู๊ดด์บีโกอิง )
สายแล้ว ฉันควรไปแล้วละ

และตามด้วยคำอาลาดังต่อไปนี้ ( จะใช้คำใดก็ได้ความหมายอยู่ที่น้ำเสียงและการแสดงออก )
Goodbye กึด บ๋าย
Bye – bye บาย บาย
Good night กึด ไนท์ ( เฉพาะเวลากลางคืน )
So long โซ ลอง
See you ซี ยู
See you later ซี ยู เลเทอร์
See you again ซี ยู อะเกน
See you around ซี ยู อะราวด์
Take care เทค แคร์
All the best ออล เดอะ เบสท์


สำหรับผู้ที่เพิ่งรู้จักกัน เมื่อจะยุติการสนทนา นิยมใช้

- It was nice meeting you
( อิท วอส ไนซ มีททิง ยู )
ยินดีที่รู้จัก และอีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า

- Nice meeting you ,too Goodbye
(ไนซ มีททิง ยู ทู กึดบาย )
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน

ตัวอย่าง
Suda : Well. I must be going . It was nice meeting you. Miss Vipa .
สุดา: ( เวล ไอ มัส บีโกอิง อิท วอส ไนซ์ มีททิง ยู มีส วิภา )
ฉันจะต้องไปแล้ว ยินดีที่ได้รูจักนะคะ วิภา

 

23 เม.ย. 2554

ภาษาอังกฤษที่ฮิต..แต่ผิดหลัก

1) อินเทรนด์ (in trend)
 คำนี้ฮิตมากๆ ในปัจจุบัน สามารถพบได้ทุกหนทุกแห่งเพราะว่าใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้เมื่อต้องการพูดว่า

 " มันทันสมัย " เผลอพูดไปว่า "It is in trend."

แต่จริงๆแล้วคำว่า " ทันสมัย "เจ้าของภาษาจะไม่ใช้คำว่า "in trend" แต่จะใช้คำว่า "trendy"

หรือ"fashionable" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่คุณสามารถวางไว้หน้าคำนามที่ต้องการขยายเช่น

a trendy haircut ทรงผมที่ทันสมัย ,

a fashionable restaurant ร้านอาหารที่ทันสมัย

หรือจะไว้หลัง verb to be เช่น It is trendy.หรือ It is fashionable. ค่ะ

(เป็นคำอธิบายของคุณ Andrew Bigg ค่ะ..จดมาเล่าให้ฟัง)


2) เว่อร์ (ซึ่งมาจากคำว่า over)

เช่น เมื่อต้องการพูดว่าเธอคนนั้นทำอะไรเว่อร์ๆ ก็เลยพูดว่า She is over.

ซึ่ง Andrew Bigg บอกว่าไม่มีเจ้าของภาษาคนใดเขาใช้กัน ส่วนคำที่น่าจะหมายถึงการพูดเกินจริงหรือทำเกินจริง น่าจะใช้คำศัพท์ที่ว่า

"exaggerate" เป็นคำกิริยา อ่านว่า เอก-แซ้ก-เจ่อ-เรท

ตัวอย่างเช่น
"He said you walked 30 miles." เค้าบอกว่าคุณเดินตั้ง 30 ไมล์แน่ะ

"No, he's exaggerating. It was only about 15." ไม่จริงค่ะ เค้าพูดเกินจริงไปหน่อย มันก็แค่ 15 ไมล์เอง

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า เธอพูดเว่อร์ๆน่ะ ให้พูดว่า You're exaggerating.

หรือจะบอกเค้าว่า อย่าพูดเว่อร์ๆไปหน่อยเลย อาจใช้ว่า Don't exaggerate.

ส่วนอาการเว่อร์อีกแบบคือการกระทำที่เกินจริง เขาจะใช้คำกิริยาที่ว่า "overact"

เช่น You're overacting. คุณทำเว่อร์เกินไปหน่อยแล้ว (แสดงอารมณ์เกินจริงไปหน่อย) 

English Quotations2

"The more you earn, the more you spend"
"รายได้มากเท่าไหร่ รายจ่ายก็มากเท่านั้น"

**So, you would never reach any satisfaction. It's just the truth
ไม่มีวันพอ...เฮอ.... มันก็จริงอ่านะ (ยกเว้น เราทำความรู้จักกับคำว่า พอ)

คำศัพท์earn: รายรับ, รายได้
spend: รายจ่าย

The more.....the more:
exp: The more you learn, the more you forget
, ยิ่งเรียนมากเท่าไหร่ ยิ่งลืมมากเท่านั้น

อันนี้เป็นประโยคตัวอย่าง แต่ไม่ได้หมายความอย่างที่เขียนนะ

................................................................................................................

"worship the Creator not His creations"
"สักการะผู้ทรงสร้าง หาใช่สิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง"


คำศัพท์Create: สร้าง (เป็นกิริยา)
Creator: ผู้สร้าง (เป็นคำนาม)
Creation: สิ่งถูกสร้าง (เป็นคำนามเหมือนกัน....หรือจะใช้คำว่า creature ก็ได้ ..อาจจะดีกว่ามั้ง อันนี้ไม่แน่ใจ)

worship: บูชา, สักการะ หรือ การกระทำที่สื่อถึงการเคารพบูชาสิ่งนั้นๆ
...............................................................................................................

"People first ruin their health for the sake of money, and then spend money to regain their health." (Goethe)
"คนเราทำงานจนแทบเอาสังขารไม่รอดเพื่อให้ได้ตังค์มา จากนั้นก็เอาตังค์ไปละลายที่ศูนย์ฟิตเนส" (SS Translate)
คำศัพท์Ruin: ทำลาย (ถ้าเป็นคำนามก็จะหมายถึง ซากปรักหักพัง)
Health: สุขภาพ
regain: ได้กลับคืน เอากลับคืน (อันนี้ จะเป็นการเติม re หน้า gain ซึ่งคำว่า gain ก็หมายถึงได้ รับ ฯลฯ)

....................................................................................................

"People who do not have contentment, the more they have the more they want" (Bilal Philips)
"คนเราถ้าไม่มีความพึงพอใจ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ความโลภมากขึ้นเท่านั้น" (SS Translate)
คำศัพท์contentment: พอใจ จุใจ มักน้อย

......................................................................................................

"In your life when Allah leads you to the edge of a cliff trust Him fully.
            Only 1 of 2 things will happen
                   He will catch you when you fall
                         OR
                              He will teach you how to fly. "
(signature of one user in TurnToIslam.com)
"ในชีวิตของคุณ ณ เวลาที่อัลลอฮ์นำพาคุณไปสู่หน้าผาสูง จงเชื่อใจท่าน
            มีเพียงหนึ่งในจำนวนสองสิ่งที่จะเกิดขึ้น?
                   ท่านจะคว้าตัวคุณตอนที่คุณจะตกลงจากหน้าผา
                           หรือ
                              ท่านจะสอนวิธีโบยบินให้แก่คุณ " (SS Translate)
คำศัพท์lead: นำพา, นำไปสู่
edge: ขอบ (ใช้ได้กับกรณีแบบว่า ต้อนให้จนมุม มุมนี้ก็จะใช้คำ่ว่า edge ซึ่งต่างจาก มุมที่ใช้คำว่า angle)
cliff: หน้าผา
catch: จับ, คว้า (โดยคำนี้ ใช้กรณีเป็นหวัดด้วยเหมือนกัน นั่นคือ catch a cold ...คว้าความเย็น..หรือแปลว่า เป็นหวัดนั่นเอง)
....................................................................................................

"We should follow our Prophet
     and should understand Islam the way his companions understood (not our mind understood)"
"จงดำเนินรอยตามท่านนบีและจงเข้าใจอิสลามในแบบที่ซอฮาบัตเ้ข้าใจอิสลาม (ไม่ใช่ในแบบที่ใจเราอยากจะเข้าใจ หรืออยากจะให้เป็น)"

คำศัพท์Companion: ซอฮาบัต

..............................................................................................

"ก่อนจะข้ามแม่น้ำ ควรตรวจสะพานให้ดีว่า มันแข็งแรงดีหรือไม่"

และมันจะดียิ่งกว่า..ถ้าอยากเป็นคนรอบคอบ ไม่ประมาทแล้วล่ะก็...

"ก่อนจะข้ามแม่น้ำ ไม่เพียงแต่ตรวจดูความแข็งแรงของสะพานเท่านั้น
       หากยังคงเตรียมเครื่องชูชีพไว้ให้พร้อมด้วย"


....
ต้นฉบับ เข้าใจว่าเป็นภาษาญี่ปุ่น
เจ้เจอมาจากหนังสือเล่มนึง

...............................................................................................

“If you are happy with a person, you do not see his mistake,
        but if you are angry with him, you see them all!“
(unknown)

“สำหรับคนที่เราชอบเราพอใจ เราจะมองไม่เห็นความผิดของเขาเลย
        แต่ถ้าคนๆนั้นเป็นคนที่เราเกลียด เราจะเห็นข้อบกพร่องทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวเขา!“

......................................................................................

"Don’t let the best you have done so far be the standard to the rest of your life."(unknown)

อย่าเอาความสำเร็จในอดีต เป็นตัวกำหนดอนาคตของตัวเอง

...................................................................................


"A woman can forgive a man for the harm he does her...
      but she can never forgive him for the sacrifices he makes on her account. "
(W. Somerset Maugham)
เธอยอมให้อภัยคุณในทุกๆความผิดที่คุณทำกับเธอ
แต่เธอจะไม่มีทางให้อภัยเด็ดขาด หากคุณทำกับเงินของเธอ (SS โหมดดำน้ำ) 


>> เป็นเพียงคำพูดของคนๆนึงนะ ยึดเป็นสะแตนดาร์ดไม่ได้หรอก แต่เอาเฮอะ...ขอขำก่อนละกัน 

คำศัพท์sacrifice สละ ใช้ (I am willing to sacrifice my whole life for Allah: ฉันยินดีเสียสละชีวิตฉันทั้งชีวิตเพื่ออัลลอฮ์) ปกติเค้าใช้คำนี้ ในเนื้อหาประมาณนี้ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

................................................................................................

Four hostile newspapers are more to be feared than a thousand bayonets
สื่อที่เป็นปรปักษ์น่ากลัวกว่าดาบปลายปืนเป็นพันเล่ม

"It's easy to lie because you can simply say once again... No, I didn't lie"[unknown]

"การโกหกเป็นเรื่องง่ายดาย เพียงแค่คุณพูดอีกครั้งว่า...ปล่าว ฉันไม่ได้โกหก"[SS Translate

"Ask an experienced person, not a learned one."[unknown]

"ถามผู้ที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่ถามผู้ที่มีความรู้"[SS Translate]
..............................................................................................

"If two friends ask you to judge a dispute, don’t accept,
because you will lose one friend.
     On the other hand, if two strangers come with the same request,
     accept, because you will gain one friend."[
unknown]

"หากเพื่อนคุณสองคนขอให้คุณตัดสินข้อโต้เถียง, อย่ารับปาก
เพราะคุณอาจจะเสียเืพื่อนคนใดคนหนึ่งไป
       ในทางกลับกัน หากมีคนแปลกหน้าสองคนมาหาคุณ ขอร้องในสิ่งเดียวกัน
       รับปากซะ เพราะคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นหนึ่งคน"[SS Translate]

คำศัพท์
Judge: ตัดสิน พิพากษา
dispute: การโต้เถียง
request: การขอร้อง
........................................................................................

"Try not to become a man of success but rather to become a man of value."[Albert Einstein]

"อย่าพยายามเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ หากแต่พยายามเป็นคนที่มีคุณค่า้"[SS Translate]

...........................................................................................

"Silence is golden when you can't think of a good answer."
[Muhammad Ali]

"การนิ่งเฉยเป็นสิ่งที่ดูมีคุณค่ามาก ในยามที่คุณนึกหาคำตอบดีๆไม่ออก"[SS Translate]
ง่ายๆก็คือ  การนิ่งเฉยนี่มันดูเท่ห์มาก หารู้ไม่ จริงๆแล้วไม่รู้จะตอบว่ากระไรมากกว่า

..............................................................................................

Capitalism is founded on greed and envy.
ทุนนิยมตั้งขึ้นบนความโลภและความอิจฉา

Charles Long
...............................................................................................

Usually when people are sad, they don't do anything.
They just cry over their condition.
               But when they get angry, they bring about a change. "[
Malcolm X]

"โดยทั่วไปแล้วคนเีราเวลาโศกเศร้าเสียใจนี่ไม่ทำอะไรหรอก
เขา็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้กับเหตุการณ์นั้นๆ
              แต่เมื่อใดที่เขาโกรธเคือง เขาจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง"[SS Translate]
.............................................................................................

Let not the sun go down upon your wrath.
อย่าให้พระอาทิตย์ตกลงไปพร้อมกับความโกรธของคุณ

........................................................................................

"He who knows little often repeats it."
- - Thomas Fuller - -

ใครที่รู้อะไรเพียงนิดหน่อยก็มักจะคุยโวถึงมัน

..........................................................................................

"Do not be too timid and squeamish about your actions. All life is an experiment."
- - Ralph waldo Emerson - -

อย่าขาดความมั่นใจในตัวเอง และตระหนกตกใจในสิ่งที่คุณทำ ทุกๆสิ่งคือประสบการณ์

...........................................................................................

"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events; Small minds discuss people."
- - Anonymous - -

จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน

..............................................................................................

"If a Muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better"[
unknown]

"ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น"[SS Translate]

.................................................................................................

"A man who does not stand for nothing, will fall for anything."[unknown]

"บุคคลที่ไม่สามารถยืนหยัดต่ออะไรเลย จะพ่ายแพ้ต่อทุกสิ่ง"[SS Translate]

..............................................................................................

“Deal with the faults of others as gently as with your own.”
"ปฏิบัติต่อความผิดของผู้อื่นอย่างนุ่มนวลเหมือนเช่นเมื่อเราทำกับความผิดของตัวเราเอง"

............................................................................................

“You will find it less easy to uproot faults than to choke them by gaining virtues. Do not think of your faults, still less of other's faults. In every person who comes near you look for what is good and strong; honor that; try to imitate it, and your faults will drop off like dead leaves when their time comes.”
John Ruskin (1819-1900)

"คุณจะพบว่าการขุดค้นต้นตอความผิดนั้นยากกว่าการกล้ำกลืนเรียนรู้จากมัน อย่าคิดว่าความผิดของคุณน้อยกว่าของผู้อื่น มองหาสิ่งที่ดีและจุดแข็งของผู้คนที่ผ่านเข้ามาใกล้คุณทุกๆคน ให้ความชื่นชมในสิ่งนั้นและพยายามเลียนแบบ แล้วเมื่อไหร่ที่คุณทำผิดบ้าง ความผิดของคุณก็จะหล่นหายไปราวใบไม้ร่วง"

............................................................................................

It is not how old you are, but how you are old.
Jules Renard, writer (1864-1910)

..."อายุมากขึ้นเท่าไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับใช้เวลาของอายุที่ผ่านไปอย่างไร"

.......................................................................................

"Advice is like snow; the softer it falls, the longer it dwells upon, and the deeper it sinks into the mind."
คำแนะนำก็เหมือนหิมะ ยิ่งนุ่มนวล ยิ่งติดแน่น และยิ่งซึมลึกลงไปในจิตใจของคนเรามากขึ้นเท่านั้น

....................................................................................


"The only thing good about egotistic, is that they don't talk about other people"
ข้อดีหนึ่งเดียวของคนที่ชอบพูดถึงแต่เรื่องตนเอง คือพวกเขาจะไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่น

...............................................................................

The easiest way for your children to learn about money is for you not to have any.

ทางง่ายที่สุดที่ให้ลูกหลานของคุณเรียนรู้เรื่องเงินก็คือการที่คุณไม่มีมัน

Katharine Whitehorn
แคธารีน ไวท์ฮอร์น
นักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ชาวอังกฤษ

...............................................................................

"Nothing is permanent in this wicked world - not even our troubles."[Charlie Chaplin]

"ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนบนโลกอันโหดร้ายแห่งนี้ - ไม่แม้แต่ความทุกข์ยากของเรา"[SS Translate]

ไม่แน่ใจกับการใช้คำ "โลกอันโหดร้าย" เลยแอบขีดเล่นๆ
แอบเซนเซอร์ประสาคนไม่ประสี (เงงปะ?)

................................................................................

"Even if you do learn to speak correct English, whom are you going to speak it to? "[Clarence Darrow]

"ถึงแม้ว่าคุณเรียนเพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษให้ถูกต้องก็เหอะ คุณจะไปพูดแบบนั้นกับใครเหรอ?"[SS Translate]

ฮา..... เพราะแม้แต่ฝาหรั่งอังกิจ พูดทียังมีผิดเรย
เพราะงั้น เราๆท่านๆไม่ต้องกัวคับ พูดมาเฮอะ รู้เรื่องชัวร์ (แต่จะได้เรื่องป่าวนั้น อีกประเด็นนึง ฮา...)

..............................................................................

When you go in search of honey you must expect to be stung by bees. [Kenneth Kaunda]
เมื่อคุณต้องการน้ำผึ้ง คุณต้องรู้ว่า คุณจะถูกผึ้งต่อย
..........................................................................

What  would  life  be  if  we  had  no  courage  to  attempt  anything?
ชีวิตจะเป็นอย่างไรหากเราขาดความกล้าที่จะลองทำอะไร                                                               

Vincent  Van  Gogh 

................................................................

"All that really belongs to us is time; even he who has nothing else has that"[Baltasar Gracian]

"สิ่งที่เป็นของเราจริงๆคือ เวลา; ต่อให้เราไม่มีอะไรอื่นเลย เวลาก็ยังคงเป็นของเรา"[SS Translate]

สำหรับคนบางคน เขาไม่เคยมีเวลาว่างเลย
เพราะเขาคิดว่า เวลานั้นควรจะได้รับการเติมเต็มด้วยการทำสิ่งดีดี

หากเรามีเวลาว่าง มันจะหมายความว่า เราอาจจะไม่ได้ทำในสิ่งที่มันควรจะทำก็เป็นได้

หากเราตัดสินใจใช้เวลาในการมองออกไปข้างนอก มองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ในช่วงเวลาสบายๆของเรา
เราก็อาจจะใช้ช่วงเวลานั้น นึกถึงความกว้างใหญ่ของท้องฟ้าและศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น

ฯลฯ

ปล. ตอนนึงในเรื่องที่ 11 ในหนังสือ Life is an Open Secret

.................................................................................................

Zoo: An excellent place to study the habits of human beings.
สวนสัตว์เป็นสถานที่ดีที่สุดที่จะศึกษาสันดานมนุษย์

Evan Esar (1899 - 1995) Esar's Comic Dictionary

..............................................................................

"when one door closes, another opens, but we often look so regretfully upon the closed door that we don't see the one that has opened for us." [unknown]
"เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง อีกบานหนึ่งจะเปิดออก แต่บ่อยครั้งที่ดูเหมือนเราจะเสียอกเสียใจกับประตูบานที่ปิดลงจนทำให้เราไม่ทันเห็นบานประตูอีกบานที่ถูกเปิดออกเพื่อเรา"
[SS Translate]
..............................................................................

"You cannot build a wall with one stone"[unknown]

"คุณไม่สามารถสร้างกำแพงด้วยก้อนหินเพียงก้อนเดียว"[SS Translate]

เราไม่สามารถสร้างกำแพงด้วยก้อนหินเพียงก้อนเดียว
แต่ ณ วันที่เรามีกำแพงอันแข็งแกร่ง
เพียงแค่ก้อนหินก้อนเดียว ที่หลุดออกมา
บางครั้ง มันสามารถทำให้กำแพงนั้นสูญเสียเสถียรภาพได้

English Quotations1

"Be optimistic, but not 'too' optimistic"
"จงมองโลกในแง่ดี, แต่อย่ามองโลกในแง่ดีจนเกินไป"

แนะนำคำศัพท์..
optimistic: มองโลกในแง่ดี
pessimistic: มองโลกในแง่ร้าย


........................................................................................................

"It is better to be envied than pitied" [Herodotus (484 BC - 430 BC)]
"มีคนอิจฉาเรา ดีกว่ามีคนสังเวชเรา" [SS Translate]

มีคนอิจฉาเรา จะดีกว่าหรือแย่กว่า การมีคนสังเวชหรือสงสารเรานั้น
ซันไชน์ว่า ต่างจิตต่างใจละกัน ตอนนี้เรามาดูคำศัพท์ดีกว่า

แนะนำคำศัพท์..
envy: อิจฉา
jealousy: อิจฉา
(อีกเหมือนกัน).....

ถ้าเราจะคุยกับเพื่อนแบบปกติ
กรณีเพื่อนเราได้อะไรมา
เราอาจจะพูดว่า I envy you (จังเลย...)

jealousy จะเป็นในกรณีที่เราๆท่านๆทราบว่า ไม่ดี ไม่ควร นั้นแหล่ะ (อธิบายงี้ ไม่รู้คลุมป่าวนะ)

อีกคำก็คือ pity: สงสาร...สังเวช ในอารมณ์ที่เรารู้สึกเสียดายก็น่าจะใช้ได้ เช่น (what is a pity), (It is a pity)ประมาณว่า เพื่อนกำลังจะซื้อ ปริ้นเตอร์ ลดราคา พอไปที่ร้าน ...หมดพอดี เค้าขายหมดไปก่อนหน้าเราจะไปถึงว้า...เสียดายจังเนอะ ( it is a pity )หรือ สั้นๆ คือ pity

ปล. เขียนตามที่เคยพูด เคยใช้ แต่อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป...ใครจะแก้ จะติง ก็ตามสบาย เต็มที่ค่ะ (เราแลกเปลี่ยนความรู้กันเนอะ)

ปล.(เสริม) แรกๆเขียน what'(เอส) .... ไอ้ตัวเอส..กลายเป็นไอคอน ยิ้มร่าเชียว.... เง้อ.... เลยต้องเขียนแบบนั้นไป

................................................................................

"This isn’t good or bad. It is just the way of things. Nothing stays the same" [Real Live Preacher, RealLivePreacher.com Weblog, January 03, 2004]
"มันไม่ใช่ว่าดีหรือเลว เป็นแค่วิถีทางของสรรพสิ่ง (เพราะ)ไม่มีอะไรที่คงเดิม" [SS Translate]

แนะนำคำศัพท์

Just
: แค่, เพียง, ฯลฯ

I just want to have a look: ฉันแค่ต้องการดู (หน่อยเดียวเอง)

Just คำนี้.. ยังแปลว่ายุติธรรมอีกด้วยเช่น

Do not judge me if you cannot be just: อย่ามาตัดสินฉัน ถ้าคุณไม่มีใจเป็นธรรม
...................................................................................................

"People who ask our advice almost never take it.
     Yet we should never refuse to give it, upon request,
          for it often helps us to see our own way more clearly."
[Brendan Francis]

"คนที่ขอคำแนะนำจากเราแทบจะไม่เคยทำตามที่เราแนะนำเลย
    แต่กระนั้นก็ตาม เราไม่ควรปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำ ตามที่เค้าขอมา
       เพราะนั่น จะช่วยให้เรารู้จักตัวเราเองดียิ่งขึ้น"

[SS Translate]
คำศัพท์almost: เกือบจะ แทบจะ
   เช่น: almost done:  เกือบจะเสร็จแล้วค่ะ
.................................................................................

"In Islam, we have both Proof and faith,
        the more we have of one the more we get of the other"
[Sheihk Yusuf Estes ในงาน The Global Peace and Unity, 25 - 26 Nov 2006]
“ในอิสลามเรามีทั้งสองอย่าง ข้อพิสูจน์ และ ความศรัทธา
        ถ้าสิ่งหนึ่งในสองสิ่งนั้นเพิ่มขึ้นจะทำให้อีกสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย“

[SS Translate]
คำศัพท์Faith: ความศรัทธา
The more ....+ the more...    เช่น The more we speak the more we make mistake (ยิ่งพูดมาก ยิ่งผิดมาก)
           The more I learn the more I realize that I know nothing (ยิ่งเรียน ฉันยิ่งรู้สึกว่าฉันไม่รู้อะไรเลย)

..........................................................................................

"I cannot give the formula for success,
     but I can give you the formula of failure
          which is try to please everybody."
[Herbert B. Swope]

ไม่มีสมการตายตัวสำหรับความสำเร็จ
    แต่สมการที่อธิบายถึงความล้มเหลว คือ การพยายามเอาใจทุกคน

[SS translate]

คำศัพท์formula: สมการ  (ส่วนรายการแข่งรถ...formula one อันนี้ไม่รู้แฮะว่าทำไมชื่อนี้)
failure: ล้มเหลว, แพ้ ฯลฯ
please: ทำให้พอใจ, ยินดี
   doing something to please someone: ทำบางสิ่งเพื่อเอาใจ(ทำให้)คนๆนึงพอใจ

ส่วนคำว่า please ที่เราเจอบ่อยๆคงจะเป็น
please to meet you: ยินดีที่ได้เจอคุณ หรือ ยินดีที่ได้รู้จัก นั่นเอง
ประโยคที่คล้ายๆนี้ก็จะมี nice to meet you, honoured to meet you:  
................................................................................

"Do not spoil what you have by desiring what you have not,
but remember that what you have now was once among the things only hoped for."
[Epicurus] ...Greek philosopher, BC 341-270
"ไม่ควรเอาใจตัวเองโดยการอยากมีในสิ่งที่คุณไม่มี
แต่จงจำไว้ว่า สิ่งที่คุณมีอยู่นั้น ครั้งหนึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณปรารถนาจะได้มันมา"
[SS Translate]
คำศัพท์Spoil: ตามใจ เอาใจจนคนที่ถูกเอาในเสียคน..... เด็กที่ถูก spoil มากไป เป็นต้น

..............................................................................................
"It is better to be hated for what you are
         than to be loved for what you are not. "
[Andre Gide]

"จะดีเสียอีกหากเค้าเกลียดในสิ่งที่เป็นเรา ดีกว่าเค้ารักในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา"

[SS Translate]
คำศัพท์hate: เกลียด
..............................................................................................

"Put aside your pride,
          set down your arrogance,
                  and remember your grave."
[Ali radi Allah anhu]
"ผลักไสความหยิ่งยะโส
          ปล่อยวางความจองหอง,
                  และระลึกถึงหลุมฝังศพ"

[SS Translate]
ชอบ...แต่แปลแบบดำน้ำไปงั้นแหล่ะ ไม่รู้จะเขียนงัยดี
ฝากแก้ด้วยนะคะ  :) :)

คำศัพท์pride: หยิ่งยะโส
arrogance: จองหอง ...คำๆนี้ จริงๆใช้ชม เสื้อผ้า ข้าวของที่ดูดี ก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้น จะใช้คำนี้ในความหมายเชิงบวกก็ได้เหมือนกัน
grave: หลุมฝังศพ

................................................................................................


"To acquire knowledge, one must study; but to acquire wisdom, one must observe." [Marilyn vos Savant]
"เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ เราต้องหมั่นศึกษา; หากแต่ฮิกมะฮ์ เราต้องคอยสังเกต" [SS Translated]
แนะนำคำศัพท์..acquire: เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนึง, ได้มา, อยากได้
wisdom: ฮิกมะฮ์

ศัพท์ที่เราพบเห็นบ่อยในเรื่องของศาสนาคือ wisdom: ฮิกมะฮ์ เช่น
There is a wisdom behind everything, we don't know but Allah knows.
มันมีฮิกมะฮ์แอบแผงอยู่ในทุกๆสิ่ง เราอาจจะไม่ทราบ แต่อัลลอฮ์ทราบ

.............................................................................................................

"Knowledge without faith is a sharp sword in the hand of a drunken brute" [unknown]
"ความรู้ปราศจากศรัทธา เสมือน ดาบอันคมกล้าในมือผู้ร้ายขี้เมา"

คำศัพท์Faith: ศรัทธา (อีหม่าน)
Sword: ดาบ, คำว่า Sword นี้ จะได้ยินบ่อยๆ จากคนที่แอนตี้อิสลาม โดยหาว่าศาสดาในอิสลามดะวะด้วย sword ...
               Islam was spread by the sword อิสลามเผยแพร่โดยคมดาบ -__-"
               ทำให้คนที่ทำงานดะวะด้วยภาษาอังกิจ จะต้องเจอคำครหาทำนองนี้ คำศัพท์ทำนองนี้บ่อยๆ -__-"
Drunken: ขี้เมา (เป็นคำขยาย หรือ ทำตัวเป็น adj โดยคำนี้ผันจากกิริยา drink)
Brute: คนจิตใจโหดเหี้ยม ร้าย ฯลฯ

22 เม.ย. 2554

สำนวนภาษาอังกฤษ...ฮิตติดปาก

1. Try me  แปลว่า ก็ลองดูสิ

เป็นคำพูดที่ท้าทายให้อีกฝ่ายหนึ่งลองทำดูในสิ่งที่เสนอมา เช่น

A   : You want to listen this jock? It's going to make you laugh real hard for sure

(เธออยากฟังเรื่องตลกนี่มั้ย คิดว่าถ้าเล่าให้เธอฟังแล้ว เธอจะต้องหัวเราะเป้นแน่)

B : Try me (ไหนลองเล่ามาซิ)

...........................................................................................

2. Act your age  เลิกทำตัวเป็นเด็กๆซะที(หน่า)

เป็นสำนวนที่พ่อแม่พูดมักพูดกับลูก  หรือเวลาที่เด็กงอแง หรือทำตัวเหมือนเด็กเล็ก  ก็เลยพูดออกไปว่า


Act your age! หรือ Be your age! (นี่หนูเลิกทำตัวเป็นเด็กซะทีน่า) นอกจากนี้ยังใช้กับผู้ใหญ่บางคนที่ชอบ

ทำตัวเป็นเด็กๆ ซึ่งพอจะแปลความได้ว่า ไม่รู้จักโตซะที
.........................................................................................

3. Never say die!  แปลว่า อย่ายอมแพ้

ในที่นี้คำว่า ตาย อาจจะหมายถึง การแพ้ หรือ การยอมแพ้เช่น เวลาเราแข่งขันอะไรสักอย่าง เมื่อทีม

กำลังจะแพ้ กองเชียร์อาจเผลออุทานว่า ตายแน่ !  (แต่หวังว่าพวกเราคงไม่พูดกันหรอกนะ) หรือเวลา

เล่นเกม เห็นเพื่อนท่าทีจะแพ้นี่ เลยบอกให้ยอมแพ้ไปซะ ด้วยคำพูดที่สุดแสนจะทิ่มแทงหัวใจว่า

Say die. ยอมแพ้เสียเถอะ หรือ ยอมแพ้มาดีกว่า

Never say die! มีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า Don't give up อะไรทำนองนี้ที่เราคุ้นๆกัน

สำหรับกองเชียร์ฮูลิแกนที่ไม่ชอบเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็อาจจะพูดค้านขึ้นว่า

Are you kidding? Never say die. พูดเป็นเล่นน่า ไม่ยอมแพ้ง่ายๆดอก สู้ตายจ้า

....................................................................................................

4. "Tell me about it" ถ้าแปลธรรมดาจะแปลว่า "เล่าให้ฉันฟังสิ" แต่มันสำนวนที่ออกมาในรูปแบบพูด

ประชดประชัน เมื่อเป็นสำนวนจึงถูกแปลว่า "ไม่ต้องบอกฉันหรอก" หรือ "รู้แล้ว (น่า)" เช่น 

A: I heard the company will lay off many employees.

ฉันได้ยินมาว่าทางบริษัทจะปลดลูกจ้างออกเป็นจำนวนมากเลยนะ

B: Tell me about it. เออ รู้แล้วน่า (ไม่ต้องมาบอกฉันหรอก พร้อมน้ำเสียงขุ่นเคืองหน่อยๆ)

.................................................................................................

5. My lips are sealed. ความหมาย:   ปิดปากเงียบสนิท ไม่เปิดเผยความลับ รู้แล้วไม่นำไปเล่าต่อ

ตัวอย่าง สมมุติว่าเมื่อเล่าเรื่องส่วนตัวของกันและกันให้เพื่อนสนิทฟังแล้ว จากนั้นก็กำชับกัน

 I hope you don’t tell anyone about this.  แปลว่า เธออย่าบอกใครนะ

แหนะ มีการกำชับด้วยว่าอย่าไปบอกให้คนอื่นรู้ล่ะ ฉันบอกเธอคนเดียว อิอิ

อินชาอัลลอฮฺ ทุกคนรับปาก ไม่บอกต่อก็ไม่บอกต่อ 

Don’t worry. My lips are sealed. (ไม่ต้องห่วง  ฉันจะเย็บปากปิดสนิท ให้เอาชะแลงมางัดก็ไม่ยอมเผย

ปาก) เมื่อรับปากแล้วจะต้องไม่พูดต่อ มิฉะนั้นจะกลายเป็น talk of the town ในเวลาต่อมา noway:

หมายเหตุคำว่า lip ปกติแปลว่า ริมฝีปาก มีรูปพหูพจน์เสมอ  เพราะใครๆ ก็ 2 lips  กันทั้งนั้น  คือมีทั้งริมฝีปากบนและริมฝีปากล่าง ส่วนคำว่า seal  ถ้าเป็นคำนาม หมายถึง แมวน้ำ ตราประทับ (ของหน่วยราชการ) หรือหน่วยรบใต้น้ำของกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งเรียกว่า Navy seal แต่ถ้าเป็นคำกริยา แปลว่า ปิด (ปากถุง) เช่น โดนตีหัวแบะมา มาให้หมอเย็บ  อย่างนี้ก็เรียกว่า seal the woundปิดซองจดหมาย เรียกว่า seal the envelop (package)

ถุงพลาสติกที่มีซิปรูด ก็เรียกว่า seal the bag
 แปลว่า ปิดปากถุง   เป็นต้น

..................................................................................................................

6. What's the big deal? ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่เลย หรือ มันอะไรกันนักกันหนา ใช้พูดเวลาที่คุณรู้สึกว่า

บางสิ่งมันไม่ได้สำคัญอย่างที่คนอื่น ๆ คิดกัน

A: It’s not easy as you think มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ

B: What’s the big deal? มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย...
...............................................................................................................

7. (It's) a piece of cake   ถ้าแปลเป็นสำนวนไทยก็คือ....ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก นั่นเอง

ใช้กับการแสดงความเห็นในสิ่งที่คิดว่า...สิ่งนั้นสามารถทำได้โดยง่าย ไม่ต้องออกแรงมากนัก หรือไม่ยุ่ง

ยากอะไรเลยเป็นต้น ในภาษาอังกฤษก็มีการเปรียบเทียบความง่ายของการกระทำว่า  ง่ายเหมือนกินขนม

เค้ก คงเป็นเพราะ ขนมเค้กทานง่ายไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเหมือนขนมอื่นๆ (มั้ง)

คนไทยไปเวลาเจออะไรง่ายๆ มักพูดว่า จิ๊บจ๊อย...ขี้ผง...กล้วยๆ...หรือ ชิวชิว (ของวัยรุ่น) ก็ความหมาย

เดียวกันกับ (It's) a piece of cake ค่ะ

..............................................................................................

8. Read my lips     แปลเป็นไทยว่า อ่านริมฝีปาก  ซึ่งหมายความว่า ฟังที่พูด (ต่อไปนี้) ให้ดีนะ

หมายถึงให้อีกฝ่ายหนึ่งตั้งใจฟังในสิ่งที่เราพูด เพื่อที่จะไม่ตีความหมายหรือได้ยินเป็นอย่างอื่น และ

ป้องกันการเกิดความเข้าใจผิดตามมา

ตัวอย่าง เช่นแม่พูดกับลูกๆว่า Do you read me? ได้ยินชัดเจนหรือไม่, เข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่า?

และแม่ก็ย้ำไปอีกครั้งว่า Read my lips, please. You should go to bed now โปรดฟังที่แม่พูดให้ดีนะ.. ลูก

ควรเข้านอนได้แล้ว..คงพอเข้าใจกันนะคะ