แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
13 พ.ค. 2554
1 พ.ค. 2554
มารู้จักค่า pH
บทความนี้น่าจะช่วยให้หลายคนที่ยังไม่รู้ว่าค่า pH คืออะไร เกี่ยวกับผิวยังไงได้รู้จักมากขึ้น อ่านบทความนี้แล้วหลายคนอาจจะปรับพฤติกรรมตัวเองใหม่เลย

ค่า pH (Power of hydrogen) เป็นอย่างหนึ่งที่เราทุกคนเคยได้ยินแต่มีน้อยคนนักที่เข้าใจในความหมายในแง่ของความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิว คำนวณโดยสเกลตั้งแต่ 1-14, ค่า pH นั้นอ้างถึงระดับของกรดหรือด่าง หากตัวเลขได้น้อยกว่า 7 คือมีสภาพเป็นกรด หากมากกว่า 7 คือมีสภาพเป็นด่าง และหากเท่ากับ 7 คือค่าที่อยู่ในระดับเดียวกับร่างกายของเราและเป็นสภาวะที่ดี่ที่สุด นั่นคือมีค่าเป็นกลาง อย่างไรก็ดี เนื่องจากผิวมีความแตกต่างกันในค่าของความเป็นกรดหรือด่าง และเพื่อหลีกเลี่ยงและรักษาผิวแห้ง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีค่า pH ที่เหมาะสมกับตัวเอง
ค่า pH ในผิวธรรมดานั้นอยู่ในช่วง 4-6.5 ซึ่งจะมีสภาพของความเป็นกรดอ่อน ๆ และมีสภาพของความเป็นกรดตามธรรมชาติที่ปกป้องผิวชั้นนอก อันมีลักษณะของกรดที่แตกต่างกันรวมอยู่ด้วยกัน เช่นกรดแลคติค, กรดอะมิโน และกรดไขมันไม่อิ่มตัว หน้าที่หลักอย่างหนึ่งของกรดที่ปกป้องผิวชั้นนอกคือ ช่วยปกป้องผิวและร่างกายจากการรวมตัวกันของแบคทีเรียหรือเชื้อรา เนื่องจากแบคทีเรียหรือเชื้อราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพความเป็นกรด นั่นจึงหมายถึงว่า ถ้าเราสามารถทำให้ผิวเรามีสภาพความเป็นกรดก็จะทำให้เราหลีกหนีจากสิวได้นั่นเอง
หากกรดที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวถูกรบกวน ก็จะทำให้ผิวนั้นกลายเป็นผิวที่ไวต่อการกระตุ้นหรือที่เราๆเรียกกันว่าผิวแพ้ง่าย แม้ว่ากรดและด่างนั้นอยู่คนละฝั่งที่ตรงข้ามกัน แต่ทั้งสองอย่างก็รบกวนค่า pH กันได้ และก็เป็นผลทำให้เกิดผิวแห้งได้
ค่าความเป็นด่างคือ pH 8 ขึ้นไป จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และโชคไม่ดีเลยที่ผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ทั่วๆไปนั้นส่วนใหญ่จะมีค่าเป็นด่าง สบู่ทำความสะอาดผิวส่วนมากมีค่า pH อยู่ที่ 9-11 และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านหลาย ๆ ชนิดมีค่า pH อยู่ในช่วง 10-12 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตาอบมีค่า pH 13 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องใส่ถุงมือยางเวลาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
เมื่อกรดที่คลุมผิวถูกรบกวนโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่างมากเกินไป จะต้องใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมงกว่าผิวที่ถูกทำลายจะกลับสู่สภาพปกติ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงก็คือ ก่อนที่จะครบกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์นั่นอีกแล้ว ดังนั้นผิวที่ถูกทำลายจึงไม่เคยได้รับการซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพปกติเลย ผลก็คือ ผิวจะกลายเป็นผิวแห้งโดยถาวร
เมื่อกรดที่คลุมผิวถูกรบกวนโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่างมากเกินไป จะต้องใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมงกว่าผิวที่ถูกทำลายจะกลับสู่สภาพปกติ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงก็คือ ก่อนที่จะครบกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์นั่นอีกแล้ว ดังนั้นผิวที่ถูกทำลายจึงไม่เคยได้รับการซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพปกติเลย ผลก็คือ ผิวจะกลายเป็นผิวแห้งโดยถาวร
โชคดีที่สภาพนี้จะไม่เป็นการถาวรอีกต่อไป และคุณสามารถเริ่มปรับปรุงได้ด้วยตัวเองโดยการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ บ่อยครั้งที่ฉลากแจ้งค่า pH หรือระบุว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีค่า pH balance ซึ่งแสดงถึงค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิว พยายามหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีค่า pH ระหว่าง 4-7 แล้วคุณจะพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคุณและช่วยรักษาอาการผิวแห้งที่เคยเป็นได้
Reference
- theopenpress.com
- skinbiology.com
แปลและเรียบเรียงโดย Acnethai.com
ป้ายกำกับ:
ความรู้ทั่วไป
ยาสีฟันสาเหตุของของการเกิดสิว
สิวที่ขึ้นบริเวณมุมปากไปจนถึงคางและบางครั้งก็จะขึ้นเลยไปที่ใกล้ ๆ แก้ม สิวลักษณะนี้ค่อนข้างรักษายากและไม่ค่อยตอบสนองต่อวิธีการรักษาทั่ว ๆ ไป และหลาย ๆ คนก็เป็นสิวลักษณะนี้ จึงได้มีการประเมินความคิดและสัมภาษณ์ผู้เป็นสิวในกลุ่มนี้ พร้อมกับการสังเกตผลที่ได้ ข้อสันนิษฐานที่เคยสงสัยก็คือน้ำลายของแต่ละคน หรือสารเคมีที่ปนอยู่ในน้ำลาย อาจไหลเข้าไปที่รูขุมขนในขณะที่หลับ ทำให้เกิดลักษณะคล้ายสิวขึ้น สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้เหมือนกันในผู้ที่เป็นสิวลักษณะนี้ (ประมาณ 65 คน) คือพวกเขาเหล่านั้นต่างใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ นั่นทำให้นึกได้ถึงข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่เคยมีการชี้แจงไปแล้วว่า การใช้สเตียรอยด์ ฟลูออริเดททาลงบนผิวหน้าจะทำให้เกิดอาการผื่นคล้ายกับสิวขึ้นรอบ ๆ ปาก
จะเห็นได้ว่ายาสีฟันผสมฟลูออไรด์นั้นเป็นประเภทหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟัน และสิ่งที่ค้นพบก็มีเหตุผลที่ประจวบเหมาะกันพอดี เมื่อผู้ป่วยทำการเปลี่ยนจากยาสีฟันผสมฟลูออไรด์มาเป็นสูตรไม่ผสมฟลูออไรด์ ภายใน 2-4 สัปดาห์ พบว่าโดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการลดลง อีก 50% พบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่แย่ลง ไม่ดีขึ้น ระหว่างการทดลองนี้ ผู้ป่วยไม่ได้ใช้การรักษาด้วยวิธีอื่นใดทั้งสิ้นนอกจากเปลี่ยนยาสีฟัน จากจุดนี้จึงทำให้แน่ใจว่าข้อเท็จจริงที่เคยสันนิษฐานนั้นน่าจะถูก
และมีข้อสังเกตด้วยว่าผู้ป่วยเหล่านี้ที่เข้ารับการทอลองได้เคยรักษาอาการคล้ายสิวลักษณะนี้ด้วยวิธีการรักษาสิวทั่ว ๆ ไป เช่นการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพิเศษ, การควบคุมอาหาร, การรับประทานยาแก้อักเสบในขนาดความแรงหลาย ๆ ระดับ, การใช้โลชั่นทารักษาหลายประเภทและหลายระดับความเข้มข้น แต่ระหว่างการทดลองนี้ผู้ป่วยไม่ได้ใช้อะไรรักษาเลยนอกจากการเปลี่ยนยาสีฟัน
ยังมีประเด็นที่น่าสนใจที่สังเกตได้ว่าผู้ป่วยเหล่านี้มีพฤติกรรมที่เหมือนกันคือการนอนตะแคง ทำให้สารเคมีในน้ำลายไหลออกมาทางด้านข้างและย้อนเข้ารูขุมขน
หวังว่าข้อสังเกตต่าง ๆ เหล่านี้คงจะมีประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ในแง่ของผิวหนัง และบางทีอาจเป็นข้อมูลที่ใช้ในการเก็บสถิติในการประเมินงานวิจัยก็เป็นได้
Reference
- fluoridealert.org
แปลและเรียบเรียงโดย Acnethai.com
ป้ายกำกับ:
ความรู้ทั่วไป
30 เม.ย. 2554
ผิวของเราทนแดดได้มากแค่ไหน
Dr.Fitzpatrick ได้กำหนดสีผิวของคนเราไว้ 6 ชนิดซึ่งได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยแบ่งตามความแตกต่างของสีผิว ขั้นตอนการดูว่าผิวเราเป็นแบบประเภทอะไรซึ่งทำให้เรารู้ว่าสามารถทนกับรังสี UV ได้มากขนาดไหน วิธีก็แค่ดูสีผิวของเราเทียบกับรูปมือหรือสีผิวตามในรูป และดูรายละเอียดด้านล่างเพิ่มเติม
Type I
ผิวไหม้-ดำได้ตลอดเมื่อถูกแดด เมื่อถูกแดดมากส่วนใหญ่ผิวจะไม่เป็นสีแทน มีแนวโน้มเป็นกระ ผมสีแดงหรือสีทอง ตาสีฟ้าหรือสีเขียว
Type II
ผิวไหม้-ดำอยู่บ่อยๆเมื่อถูกแดด บางครั้งถูกแดดมากผิวก็เป็นสีแทน ผมสีอ่อน ตาสีฟ้าหรือสีน้ำตาล
Type III
ผิวไหม้บางครั้งเมื่อถูกแดด เมื่อถูกแดดมากผิวจะเป็นสีแทน ส่วนใหญ่ผมและตาจะเป็นสีน้ำตาล
Type IV
ผิวไม่ค่อยไหม้ ส่วนใหญ่ตากแดดผิวจะเป็นสีแทน โดยมากผมและตาจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม
Type V
ผิวดำ-น้ำตาล ส่วนใหญ่ผมและตาเป็นสีน้ำตาลไหม้
Type VI
ผิวดำ-น้ำตาล ผมและตาเป็นสีน้ำตาลไหม้
หลังจากนั้นเรามาดู UV Index ของบ้านเราตามลิงค์นี้ http://www.intellicast.com/Local/Weather.aspx?location=THXX0002 เพื่อดูความเสี่ยงเรื่องผิวไหม้เมื่อเราตากแดดกัน( ส่วนใหญ่บ้านเรา UV Index จะอยู่ที่ 9 ขึ้นไปในช่วงที่แดดจัด ลองดูที่ลิงค์นี้ประกอบ www-med-physik.vu-wien.ac.at)
ดูตารางด้านล่างนี้ประกอบ
Low หมายถึง ไม่จำเป็นต้องใช้กันแดดหรือป้องกันแต่อย่างใด
Medium หมายถึง ให้ระวังในช่วงกลางวัน ไม่ควรอยู่กลางแดดนานหากไม่ได้ป้องกัน
High หมายถึง ใส่เสื้อผ้า, หมวก,กางร่มป้องกันหรือหาที่บังแดดในช่วงเวลาระหว่าง 11 โมงถึงบ่าย 3 โมง ใช้กันแดดอย่างน้อยที่มีค่า SPF15 บริเวณผิวที่ถูกแดด
Very High หมายถึง ควรอยู่ในที่ที่ไม่ถูกแสงแดดในช่วง 11.00-15.00 และใช้กันแดดอย่างน้อยที่มีค่า SPF15 ถ้ารู้สึกว่าหลังจากถูกแดดแล้วผิวเป็นสีชมพูหรือแดงแสดงว่าเราจำเป็นต้องป้องกันมากขึ้นกว่าเดิม
Reference
- info.cancerresearchuk.org
- med-physik.vu-wien.ac.at
- intellicast.com
- goldnbrown.co.uk
แปลและเรียบเรียงโดย Acnethai.com
ป้ายกำกับ:
ความรู้ทั่วไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)